เมื่อไล่ลงมาอีกระดับ Flush คือไพ่ 5 ใบดอกเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องเรียง เช่น A-10-8-4-2 ดอกโพดำ ส่วน แบ่งพอท โป๊กเกอร์ คือไพ่ 5 ใบเรียงกันแต่ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน เช่น 7-8-9-10-J ต่างดอกก็ได้ ถัดมาคือ Three of a Kind หรือไพ่ตอง จากนั้น Two Pair คือมีสองคู่ One Pair คือมีคู่เดียว และสุดท้ายคือ High Card ซึ่งหมายถึงไม่มีมืออะไรเลย ต้องวัดกันที่ไพ่สูงสุดที่ถืออยู่ การรู้เพียงว่าอะไรเหนือกว่าอะไรยังไม่พอ เพราะตอนเล่นจริงคุณต้องดูว่ามือที่ได้เป็นมือสำเร็จหรือเป็นมือที่ยังมีโอกาสพัฒนา เช่น มี draw ต่างๆ หรือมี board ที่เปิดทางให้คู่แข่งมีโอกาสเหนือกว่าเรา
หากพูดถึงแพลตฟอร์มเล่นออนไลน์ หลายคนในเอเชียรวมถึงคนไทยพูดถึง QQPK หรือ QQPoker กันบ่อย เพราะเป็นแอปที่มีเกมหลายรูปแบบและมีทราฟฟิกดีในช่วงเวลาที่ผู้เล่นเอเชียออนไลน์เยอะ จุดที่หลายคนสนใจคือมีเกมทั้ง NLH, PLO และ Short Deck ให้เลือกตามความถนัด ระบบโต๊ะค่อนข้างรองรับผู้เล่นหลากหลายระดับ และมีการอำนวยความสะดวกเรื่องการฝากถอนผ่าน USDT ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเล่นจริงควรตรวจสอบรายละเอียด กติกา เงื่อนไข และความเหมาะสมด้านกฎหมายในพื้นที่ของคุณเสมอ ส่วนถ้าจะเริ่มต้นแบบไม่กดดัน แนะนำให้เริ่มจากโต๊ะเล็กๆ เพื่อฝึกอ่านลำดับไพ่ ฝึกคิดเรื่อง kicker และ split pot รวมถึงฝึกคำนวณโป๊กเกอร์ความน่าจะเป็นจากสถานการณ์จริง จะช่วยให้คุณพัฒนาได้เร็วกว่าการจำทฤษฎีอย่างเดียว
พอเริ่มเข้าใจมือแล้ว ขั้นต่อไปที่สำคัญมากคือการมองเกมผ่านโป๊กเกอร์ความน่าจะเป็นหรือ equity poker hands คุณควรรู้ว่ามือที่ถืออยู่มีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับช่วงมือของคู่แข่ง ตัวอย่างเช่น pocket pair ใหญ่ ๆ อย่าง KK มักมี equity ดีมากเมื่อเจอกับไพ่สุ่ม ส่วน suited connector อย่าง J♠T♠ ก็มีมูลค่าเพราะสามารถต่อยอดไปเป็น Straight หรือ Flush ได้ ความเข้าใจเรื่อง equity จะทำให้คุณไม่เล่นแบบเดา แต่เล่นบนพื้นฐานของโอกาสจริง นอกจากนี้ยังมีคำว่า outs ซึ่งหมายถึงไพ่ที่ยังสามารถช่วยให้คุณติดมือที่ต้องการได้ เช่น flush draw มักมี 9 outs สำหรับการทำ Flush ส่วน open-ended straight draw มักมี 8 outs การรู้ outs ทำให้คุณประเมินได้ว่า call คุ้มไหม หรือควรหมอบในจังหวะนั้น
ต่อมาคือ Three of a Kind หรือเรียกง่ายๆ ว่าตอง เช่น 8-8-8-x-x ถัดลงมาเป็น Two Pair หรือสองคู่ เช่น A-A-8-8-x และนี่คือจุดที่หลายคนมักเริ่มเปรียบเทียบผิด โดยเฉพาะคำถามยอดนิยมว่า two pair vs three of a kind ใครแรงกว่า คำตอบคือ three of a kind แรงกว่าเสมอ ถึงแม้ two pair จะดูสวยหรือดู “คู่เยอะกว่า” แต่ในการจัดลำดับไพ่จริง ตองมีค่าน้ำหนักมากกว่า เพราะเกิดยากกว่าและมีความแข็งแรงโดยรวมสูงกว่า One Pair หรือคู่เดียว เช่น K-K-x-x-x เป็นมือที่เจอบ่อยที่สุดในบรรดามือที่มีการทำ pair มือแบบนี้อาจดูธรรมดา แต่ในหลายสถานการณ์ก็ชนะได้ด้วย kicker ที่ดี ส่วน High Card คือมือที่ไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ pair ไม่ได้เรียง ไม่ได้ดอกเดียวกัน ก็จะตัดสินกันที่ไพ่สูงสุด ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอใบที่สูงกว่ากัน
split pot โป๊กเกอร์ เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นสองคนหรือมากกว่านั้นมี 5 ใบที่ดีที่สุดเหมือนกันทุกประการจริงๆ ไม่ใช่แค่มีมือระดับเดียวกัน แต่ต้องเหมือนทั้งมือและลำดับการเทียบไพ่ด้วย เช่นใช้ best 5 cards Texas Holdem จาก hole cards 2 ใบของเราและ board cards 5 ใบบนโต๊ะแล้วออกมาเหมือนกันเป๊ะ เมื่อใช้หลัก tie breaker poker แล้วยังเสมอจริง ผลก็คือแบ่งพอท การเข้าใจเรื่องนี้ช่วยลดความเข้าใจผิดเวลาคิดว่าตัวเองน่าจะชนะ แต่สุดท้ายโดนแบ่งพอทเพราะไพ่บนบอร์ดทำให้ทุกคนมีมือเท่ากัน
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเล่นเท็กซัสโฮลเอ็ม หรือเล่นมานานแล้วแต่ยังงงเวลาคนพูดถึงลำดับไพ่โป๊กเกอร์ kicker split pot หรือแม้แต่คำว่า equity pot odds และ outs บทความนี้ตั้งใจเขียนให้ครบจบในโพสต์เดียวแบบอ่านง่ายและเอาไปใช้ได้จริง เพราะหัวใจของโป๊กเกอร์ไม่ใช่แค่รู้ว่ามือไหนชนะมือไหน แต่ต้องเข้าใจว่าทำไมถึงชนะ ชนะกันด้วยอะไร และเมื่อไหร่ควรหมอบ เมื่อไหร่ควรจ่ายเพิ่ม รวมถึงถ้าอยากลองเล่นออนไลน์ก็มีแอปอย่าง QQPK หรือ QQPoker ที่นักโป๊กเกอร์เอเชียหลายคนคุ้นกันอยู่แล้วด้วย
ถ้าคุณกำลังเริ่มเล่นเท็กซัสโฮลเอ็มหรือเล่นมาสักพักแล้วแต่ยังงงกับลำดับไพ่โป๊กเกอร์อยู่ บอกได้เลยว่าคุณไม่ได้คนเดียว เพราะเรื่องนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก แต่กลับเป็นจุดที่มือใหม่สับสนกันบ่อยที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่ต้องตัดสินว่าใครชนะในวงจริง บางคนจำได้แค่ “ฟลัชแรงกว่าสเตรท” แต่พอเจอสถานการณ์จริงกลับไม่แน่ใจว่า full house กับ flush อะไรแรงกว่า หรือ one pair ที่มี kicker ดีกว่ามันชนะได้ยังไง บทความนี้เลยอยากรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ลำดับไพ่เท็กซัสโฮลเอ็มทั้งหมด ความหมายของ kicker กติกา split pot เรื่องความน่าจะเป็นของไพ่แต่ละมือ ไปจนถึงวิธีคิดแบบง่ายๆ ว่าควร call หรือ fold เมื่อไหร่ และถ้าคุณกำลังมองหาแอปสำหรับเล่นออนไลน์อย่าง QQPK ก็จะพูดถึงประสบการณ์ภาพรวมแบบเข้าใจง่ายไว้ด้วยเช่นกัน
อีกเรื่องที่ทำให้คนเล่นใหม่งงที่สุดคือ kicker คืออะไร คำนี้หมายถึงไพ่ใบช่วยที่ใช้ตัดสินเมื่อผู้เล่นสองคนมีมือหลักเท่ากัน เช่น ทั้งคู่มี One Pair ของ A เหมือนกัน แต่คนหนึ่งมี K เป็น kicker ส่วนอีกคนมี Q เป็น kicker คนที่ถือ K จะชนะ เพราะไพ่ใบรองของเขาสูงกว่า ตัวอย่างนี้พบได้บ่อยมากในเกมจริง โดยเฉพาะเวลาบอร์ดออกมาเป็นไพ่คู่กลาง ๆ แล้วทุกคนดูเหมือนมีมือคล้ายกัน แต่เมื่อถึงการนับจริง kicker จะเป็นตัวแบ่งชนะหรือแพ้ ดังนั้นเวลาเล่นอย่ามองแค่ว่ามีคู่หรือมีตองอย่างเดียว ต้องมองว่าไพ่ใบอื่นสนับสนุนมือคุณดีแค่ไหนด้วย
อีกคำถามยอดนิยมคือ two pair vs three of a kind ใครแรงกว่า คำตอบชัดเจนคือ three of a kind แรงกว่า two pair เสมอ ไม่ว่าจะเป็นทูแพร์ใหญ่แค่ไหนก็ตาม เช่น A-A-K-K ก็ยังแพ้ 3-3-3 แบบธรรมดา เพราะลำดับไพ่โป๊กเกอร์ตัดสินกันที่ชนิดของมือก่อน แล้วค่อยไปดูอันดับของไพ่ในมือนั้นทีหลัง มือใหม่หลายคนพลาดตรงนี้เพราะเห็นสองคู่ใหญ่แล้วคิดว่าตัวเองน่าจะเหนือกว่า แต่ในระบบโป๊กเกอร์จริงๆ ตองมีมูลค่าสูงกว่าเสมอ
เริ่มจากพื้นฐานที่สุดก่อน ลำดับไพ่เท็กซัสโฮลเอ็มมีทั้งหมด 10 มือ เรียงจากแรงที่สุดไปอ่อนที่สุดตามมาตรฐานสากลคือ Royal Flush, Straight Flush, Four of a Kind, Full House, Flush, Straight, Three of a Kind, Two Pair, One Pair และ High Card หลายคนจำไม่ได้เพราะมีชื่อเยอะ แต่ถ้าคุณจำแนวคิดง่ายๆ ว่า “ยิ่งเกิดยาก ยิ่งแรง” คุณจะเริ่มเห็นภาพทันที เพราะโป๊กเกอร์ไม่ได้ตัดสินจากความรู้สึกว่ามือไหนเท่กว่า แต่ตัดสินจากโอกาสเกิดจริงของไพ่ชุดนั้นในทางคณิตศาสตร์ ยิ่งทำได้ยากยิ่งมีค่ามาก และนี่คือหัวใจของ poker hand ranking ทั้งหมด
เมื่อเข้าใจลำดับไพ่แล้ว ขั้นต่อไปที่ช่วยให้เล่นเก่งขึ้นจริงคือการเข้าใจ equity poker hands, pot odds poker และ outs โป๊กเกอร์ เพราะแม้คุณจะรู้ว่ามือไหนแรงกว่า แต่ในเกมจริงคุณไม่ได้ชนะทุกครั้งด้วยมือที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป คุณต้องรู้ด้วยว่ามือของคุณมีโอกาสพัฒนาแค่ไหน เช่น flush draw probability หรือ straight draw probability หากคุณมี flush draw โดยทั่วไปจะมี 9 outs เพราะเหลือไพ่ดอกเดียวกันอีก 9 ใบที่ทำให้ติดฟลัช ส่วน open-ended straight draw จะมี 8 outs เพราะมีไพ่ 8 ใบที่ช่วยทำให้สเตรทสมบูรณ์ การนับ outs ให้เป็นคือพื้นฐานของการคำนวณว่าเมื่อไหร่ควร call หรือ fold เพราะถ้า equity ของคุณสูงกว่าหรือคุ้มกับ pot odds คุณก็ควรตาม แต่ถ้า equity ต่ำกว่าต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่ออยู่ในพอท การหมอบอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ในบรรดาไพ่แบบสเตรท ยังมีมือพิเศษที่ควรรู้ คือ Wheel straight และ Broadway straight Wheel straight คือ A-2-3-4-5 ซึ่งเป็นสเตรทต่ำสุดในเกม โดย Ace จะนับเป็น 1 ได้ในกรณีนี้เท่านั้น ส่วน Broadway straight คือ A-K-Q-J-10 ซึ่งเป็นสเตรทสูงสุด ถ้าเป็นดอกเดียวกันทั้งหมดจะไม่ใช่แค่สเตรทธรรมดา แต่กลายเป็น Royal Flush ทันที มือพิเศษสองแบบนี้มักทำให้มือใหม่สับสน โดยเฉพาะเวลามี A อยู่ในมือ แล้วไม่แน่ใจว่ามันนับสูงหรือต่ำ คำตอบคือในโป๊กเกอร์ Ace สามารถเป็นได้ทั้งสูงและต่ำ แต่จะใช้ได้ตามรูปแบบของสเตรทเท่านั้น
สุดท้ายนี้ ถ้าคุณอยากเล่นโป๊กเกอร์ให้เก่งขึ้นจริง อย่าเริ่มจากการจำแค่ลำดับไพ่แบบท่องอย่างเดียว แต่ให้เข้าใจด้วยว่าแต่ละมือเกิดยากแค่ไหน ใช้ตัดสินกันอย่างไร kicker มีผลเมื่อไร และเมื่อไรควรแบ่งพอท การเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะทำให้คุณเล่นได้มั่นใจขึ้นมาก และลดความสับสนเวลาเจอสถานการณ์จริงบนโต๊ะได้เยอะมาก ถ้าคุณจำสิ่งเดียวจากบทความนี้ได้ ขอให้จำว่าไพ่ที่เกิดยากมักแรงกว่า ไพ่ที่เหมือนกันทุกอย่างต้องดู kicker และถ้าทุกอย่างเท่ากันจริงก็ split pot ส่วนเรื่องความน่าจะเป็นและ equity จะช่วยให้คุณตัดสินใจถูกในระยะยาวได้ดีขึ้น ถ้าคุณเพิ่งเริ่มหรืออยากหาที่ลองเล่นจริง หลายคนก็เริ่มจากโต๊ะเล็ก ๆ ใน QQPK เพื่อฝึกอ่านเกม ฝึกดูบอร์ด และค่อย ๆ พัฒนาฝีมือไปทีละขั้น เพราะโป๊กเกอร์ไม่ได้ชนะด้วยความรู้เรื่องมืออย่างเดียว แต่ชนะด้วยการเอาความรู้ไปใช้ให้ถูกจังหวะด้วย